ท่าเรือดุนะ ทีมพี่ไหวหรอ…..

วดีเด็ดที่กำลังฮิตกันอยู่ในขนาดนี้ แต่วันนี้ขอลองเอามาปรับใช้กับฟอร์มการเล่น ของทีม การท่าเรือ เอฟซี ทีมจ่าฝูงของไทยลีก 1 อยู่ใน ขณะนี้ ซึ่งต้องบอกเลยว่าฤดูกาลนี้ทำผลงานได้อย่างเด็ดดวงยอดเยี่ยมซะเหลือเกิน

โดยผลงานในไทยลีก 1 ล่าสุดคือ แข่ง 9 ชนะ 6 เสมอ 2 แพ้ 1 นำจ่าฝูงเดี่ยวแบบหล่อหล่อ ทิ้งห่างอันดับ 2 อย่าง บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด แชมป์เก่าอยู่ 4 คะแนน แต่แข่งมากกว่า 1 นัด แถมทาง การท่าเรือ เอฟซี ยังผ่านเกมที่ถือว่ายากในนัดหนึ่งของฤดูกาลไปแล้วด้วย 1 เกม คือการบุกไปเชือด กิเลนผยอง เมืองทอง ยูไนเต็ด ถึง SCG STADIAM 2-1 โดยทำให้ การท่าเรือ เอฟซี ขึ้นมามีลุ้นแชมป์อย่างเต็มตัวหลังจาก ฤดูกาลที่แล้วทำผลงานได้อย่างเหนือความคาดหมายจบอันดับ 3 ภายใต้การนำทีมของ โค้ชจเด็จ มีลาภ โค้ชผู้ที่เคยพาทีมชลบุรี เอฟซี คว้าแชมป์ไทยลีกเมื่อปี 2550 ทำให้มาฤดูกาลนี้พวกเขามีความมั่นใจอย่างยิ่งที่จะเป็นทีมแรกในรอบเกือบ 11 ปีของการแข่งขันไทยลีก ที่จะขึ้นมาแย่งแชมป์จาก 2 ทีมขาประจำที่สลับหมุนเวียนกันคว้าแชมป์อยู่ประจำ ทั้ง เมืองทอง ยูไนเต็ด และ บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด โดยเฉพาะ บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ที่คว้าแชมป์ไทยลีกมา 2 สมัยติด

และหากจะพูดถึงว่า สาเหตุใดที่ทำให้ทีมการท่าเรือ เอฟซี ในปีนี้ ขึ้นมาลุ้นแชมป์และทำผลงานได้ดีในขนาดนี้คงหนีไม่พ้นเรื่องของตัวผู้เล่น ทีมแทบจะเป็นชุดเดียวกับเมื่อ ฤดูกาลที่แล้วแทบทั้งสิ้น ทั้งพวกนักเตะไทยอย่าง เอเลียส ดอเลาะ ปกรณ์ เปรมภักดิ์ ศิวกร จักขุประสาท บดินทร์ ผาลา และคนอื่นอื่นอีก เมื่อมาบวกกับนักเตะต่างชาติที่ดีและร้อนแรงอยู่แล้ว อย่างพวก ดาบิด โรเชลา กองหลังกัปตันทีมจอมแกร่ง และที่ขาดไม่ได้เลยในแนวรุกของการท่าเรือ เอฟซี  คือ  ดราแกน บอสโควิช  ที่ถือเป็นตัวขับเคลื่อนเกมรุกที่สำคัญของทีม และมาในฤดูกาลนี้ยังได้ กองกลางชาวเกาหลีอย่าง โก ซุล กี ที่มีประสบการณ์ในถ้วยเอเชียกับทีมอย่าง บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด มาเสริมอีกและเมื่อมารวมกับ กองกลางตัวสร้างสรรค์เกมนามว่า สุมัญญา ปุริสาย ที่ซื้อมาจาก แบงค็อก ยูไนเต็ด ทีมที่เบียดแย่งแชมป์กันอีก ทำให้ การท่าเรือ เอฟซี ในฤดูกาลนี้

คงไม่ใช่ เรือธรรมดาที่แค่ไว้แล่นอย่างเดียว แต่ อาจจะเปรียบได้กับเรือ ดำน้ำที่ติดอาวุธพร้อมรบเลยด้วยซ้ำ แถมในตอนนี้จากฟอร์มการเล่นของนักเตะทีม การท่าเรือ เอฟซี ในปัจจุบัน ทำให้นักเตะคนไทยของพวกเขา เป็นที่จับตามองของโค้ชทีมชาติไทย ทั้ง โค้ชโต่ย และ โค้ชโชค โดยเฉพาะในรายของ โดมเนมาร์ บดินทร์ ผาลา ที่ถือว่าฟอร์มการเล่นร้อนแรงเหลือเกิน โดยทำประตูไปแล้ว 4 ประตู และ 1 ประตูในนั้นคือ การยิงใส่ประตูมือ 1 ทีมชาติเวียดนามอย่าง ดัง วาน ลัม อีกด้วย และอีกสิ่งหนึ่งที่ขาดไม่ได้เลยสำหรับ ทีมการท่าเรือ เอฟซี ไม่ว่าจะกี่ปีที่ผ่านมา คงหนีไม่พ้นแฟนบอลที่เหนียวแน่นและให้การสนับสนุนทีมรักอย่างไม่หายไปไหน หากการท่าเรือ เอฟซี ยังรักษาฟอร์มแบบนี้ไว้ได้อย่างต่อเนื่อง ไม่แน่เหมือนกันบางทีเราอาจได้เห็นแชมป์ไทยลีกหน้าใหม่ที่ไม่ใช่ ทั้ง บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด และ เมืองทอง ยูไนเต็ด  โดยการคุมทีมของโค้ชคนเดิมที่เคยพา ทีมชลบุรีเอฟซี คว้าแชมป์ไทยลีกอย่าง โค้ช จเด็จ มีลาภ ก็เป็นได้ แบบนี้คงไม่มีคำพูดไหนจะเหมาะและเตือน ทีมร่วมลีกทุกทีมในฤดูกาลนี้ว่า

นักเตะหมายเลข 8