ชุบชีวิต”โอซิล”! “อาร์เตต้า”เผย ตั้งใจตั้ง “โอซิล” เป็นแกนหลักของทีม

หลังจากที่มีข่าวหนาหูว่า “เมซุส โอซิล” จ่อลาถิ่น “เอมิเรสต์ สเตเดียม” ในเดือนมกราคมนี้ แต่ดูๆแล้วเจ้าตัวน่าจะยังค้าแข้งอยู่กับ เดอะกันเนอร์ กับ โค้ชคนใหม่อย่าง “มิเกล อาร์เตต้า” ซึ่งออกมาเผยว่าเจ้าตัวจะใช้ “เมซุส โอซิล” เป็นแกนหลักของทีม โดยก่อนหน้านี้ในยุคของโค้ชคนเก่า นักเตะรายนี้มีโอกาสได้ลงสนามน้อยมาก อีกทั้งยังไม่อยู่ในแผนทำทีมของ “อูไน เอไมรี่” อดีตกุนซือ ที่ถูกปลดออกไป

https://footballfalconsstore.com/

“เมซุส โอซิล” หลังจากย้ายมาค้าแข้งในถิ่น “เอมิเรสต์ สเตเดียม” เป็นห้องเครื่องให้ทีมเดอะกันเนอร์ สร้างสรรค์โอกาสให้ทีมอยู่มากมาย แต่พอมาถึงในยุคที่ “อูไร เอไมรี่” เข้ามาคุมทัพ เจ้าตัวกลับได้โอกาสน้อยมากๆ อีกทั้งยังถูกเปลี่ยนออกทั้งที่ยังสามารถสร้างสรรค์โอกาศให้ทีมได้ดี โดยอดีตโค้ชเผยเหตุผลว่า “ไม่อยู่ในแผนทำทีม”

ล่าสุดเมื่อกลางเดือน ธันวาคม ที่ผ่านมา “โอซิล” มีข่าวว่าต้องการย้ายออกจากอาร์เซน่อล หลังมีสโมสรจาก ตุรกี มารุมจีบ แต่หลังจากที่ “อาร์เตต้า” เข้ามาคุมทัพ เจ้าตัวได้โอกาสลงสนามเป็นตัวจริง อีกทั้งสร้างสรรค์โอกาสให้กับทีม เป็นประตูขึ้นนำเชลซีด้วย ซึ่งตัวเขาเองก็สามารถโชว์ฟอร์มได้โดดเด่นมากๆ ในเกมลอนดอนดาร์บี้แมตซ์

เฮชโค้ชคนใหม่ของอาร์เซน่อล “มิเกล อาร์เตต้า” ออกมาเผยว่า ตนเองต้องการที่จะให้ “เมซุส โอซิล” เป็นแกนหลักของทีม เนื่องจากนักเตะรายนี้ มีความสามารถที่จะช่วยให้อาร์เซน่อลคว้าชัยชนะได้ ซึ่งได้กล่าวอีกว่า

“สิ่งนี้คือสิ่งที่ผมหวังอาไว้ ว่าตัวเขาจะรักษาระดับนั้นเอาไว้ได้ทุกๆ 3-4 วัน ตัวเขาเองก็ทุ่มเททุกอย่างที่เขาทำแบบนั้นเพราะต้องการที่จะพบกับ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดให้ได้”

“ สถิติของเขา รวมทั้งสภาพร่างกายของเขาพัฒนาขึ้นมาก ผมเองไม่ประหลาดใจเลย ผมรู้ความสามารถของเขา ผมรู้จักเขา เราต้องดึงความสามารถของเขาออกมาให้ได้ แต่ทว่าตัวเขาไม่สามารถสร้างมันได้ด้วยตัวคนเดียว เราต้องปรับให้มีโครงสร้างทีมที่ดี และ ให้เพื่อนร่วมทีมช่วย ซึ่งทุกๆครั้งที่เขาลงสนาม เราจะต้องดึงความสามารถของเขาออกมาให้ได้”

ต้องรอดูกันต่อไปว่า “เมซุส โอซิล” ในยุคของ “มิเกล อาร์เตต้า” จะโชว์ฟอร์มได้โดดเด่นมากแค่ไหน และ ถูกใจแฟนๆอาร์เซน่อลหรือเปล่า ส่วนสถานการณ์ตอนนี้ของ เดอะกันเนอร์ ต้องรีบเร่งเก็บแต้มเพื่อให้ขึ้นไปรั้ง TOP6 อีกครั้ง เพราะว่าเสี่ยงการตกชั้นมากขึ้นทุกที

ขอขอบคุณรูปภาพจาก: FB. Arsenal #ข่าวกีฬา #ข่าวฟุตบอลไทย footballfalconsstore